Uncategorized

การกําเนิดของ ศาสนาอิสลาม

single image

กําเนิด อิสลาม

กําเนิด อิสลาม – ประวัติศาสนาอิสลาม เริ่มขึ้นปี ค.ศ. 632 (พ.ศ 1175) จากชุมชนมุสลิม ที่นบีมุฮัมมัดตั้งขึ้นแล้ว ในคาบสมุทรอาหรับ ในศตวรรษต่อมา มีการเผยแพร่ ศาสนาอิสลามไป อย่างกว้างขวางโดยเฉพาะ ในจักรวรรดิกาหลิบรอชิดีน และ ช่วงราชวงศ์ อุมัยยะห์ที่ศาสนาอิสลาม แพร่ไปถึงทวีปยุโรป ตอนใต้ หลายร้อยปีต่อมา มีราชวงศ์มุสลิม ปกครองหลาย ประเทศทั่วโลกด้วยกัน ได้แก่ ราชวงศ์อับบาซียะห์ ราชวงศ์ฟาติมียะห์ ราชวงศ์เซลจุค ราชวงศ์ ซาฟาวิยะห์ และมีจักรวรรดิ มุสลิมที่แผ่อาณาเขตออกไป กว้างใหญ่ไพศาล เช่น จักรวรรดิโมกุล ในประเทศอินเดีย และจักรวรรดิ ออตโตมัน ในประเทศตุรกีและคาบสมุทรบอลข่าน

ปัจจุบันศาสนาอิสลาม แพร่ไป ทั่วโลกจากเมืองมักกะฮ์ ไปถึง ประเทศจีน และ ประเทศอินโดนีเซีย (ซึ่งมีประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลก) ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2552 มีประชากร มุสลิมด้วยกัน 1.571 พันล้านคนทั่วโลก ทำให้เป็นศาสนา ที่มีผู้นับถือมากที่สุดเป็นอันดับสอง ของโลก รองจากศาสนาคริสต์

“อิสลาม” เป็นคำอาหรับมาจากคำว่า “อัสละมะ” ซึ่งมีรากศัพท์จากภาษาเดียวกัน กับคำว่า “มุสลิม” มาจากคำว่า “ซะลิมะ” แปลว่า “สันติ การนอบน้อม การยอมจำนนสิ้นเชิง” ดังนั้น “อิสลาม” จึงมีความหมายว่า “การนอบน้อมมอบ ตนต่ออัลเลาะห์แต่พระองค์เดียว อย่างสิ้นเชิงเพื่อความสันติ” 

ศาสนาอิสลาม เป็นศาสนาที่ผู้นับถือมาก เป็นอันดับสองของโลก รองจากศาสนาคริสต์ ประมาณว่ามี ผู้นับถือกว่า 700 ล้าน ทั้งในเอเชีย ยุโรปและแอฟริกา มีพระเจ้าองค์เดียวกัน กับศาสนายูดาย (ยิว) และคริสต์ ผู้ก่อตั้งศาสนา อิสลามคือ มุฮัมหมัดซึ่งเกิดในนครมักกะฮ์ (ปัจจุบันอยู่ในซาอุดีอาระเบีย) บนคาบ สมุทรอาหรับ เมื่อปี ค.ศ 570 

มุฮัมหมัด อ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่เป็น ท่านพอใจ ที่จะมีชีวิตที่สงบเงียบ และมักจะไปแสวงหา ความสันโดษ ในถ้ำเป็นเวลานานๆ จนคืนวันหนึ่ง ในถ้ำหิรอ ปี ค.ศ. 610 ขณะที่มุฮัมหมัดกำลัง เคลิ้มหลับอยู่นั้น ท่านได้นิมิตเห็น มลาอิกะหรือมลัก (เทวทูติ) ที่มีนามว่า ยิบบริลหรือกาเบรียล ปรากฏขึ้น และ ประกาศพระวจนะของ อัลเลาะห์ว่า ท่านได้ถูกเลือก จากอัลเลาะห์ให้เป็นศาสดาเพื่อนำ มนุษย์หลีกหนีจากรูปเคารพ ยุติการเชื่อถือเทพยาดา และ ทำให้ทุกคนยอมรับ ในพระเจ้าองค์เดียวคือ อัลเลาะห์

ตอนแรกมุฮัมหมัด ปฏิเสธที่จะรับหน้าที่อัน ทรงเกียรติ เนื่องจากการที่เขาอ่านหนังสือ ไม่ออก แต่ในที่สุดก็ยอมรับเหตุการณ์ ที่มุฮัมหมัดได้รับเป็น ครั้งแรกนี้ เกิดขึ้นในคืนของเดือน รอมฎอน ชาวมุสลิมเชื่อว่า เป็นคืนแห่งอานุภาพ ที่มีความ จำเริญยิ่ง 

จากนั้นมุฮัมหมัด ได้รับพระวจนะของอัลเลาะห์ เรื่อยๆ ช่วงนี้เองที่ชาวมุสลิม ยกย่องท่านว่าเป็นนบี ซึ่งหมายถึง บุคคลที่อัลเลาะห์ได้เลือก ให้เป็นผู้ประกาศศาสนา และนำคำสอนของพระองค์ มาบอกมนุษย์ให้ปฏิบัติ ตามเพื่อสันติสุข โดยนำมารวบรวมเป็นคัมภีร์กุรอาน ที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน

มุฮัมหมัดได้เทศนา เผยแพร่อิสลามในนครมักกะฮ์ ท่านถูกกลั่นแกล้ง ทรมานต่างๆ สหายหลายคน ของท่านถูกทรมานจนตาย ตัวท่านและญาติ ของท่านเองก็เคยถูกกักบริเวณ จึงต้องสั่ง ให้พรรคพวกของท่าน อพยพลี้ภัยไปที่อื่น

นบีมุฮัมหมัด ออกจากมักกะฮ์ซึ่งอยู่ทางใต้ และเดินทางไปยังมะดีนะฮ์ ซึ่งตั้งอยู่ทางเหนือ และสอนให้ผู้เชื่อ หันหน้าไป ยังมักกะฮ์เมื่อทำละหมาด มากกว่าจะหันหน้า ไปทางเยรูซาเล็มอย่างเช่นชาวยิวปฏิบัติ อันเป็นที่มา ของการปฏิบัติของชาวมุสลิม จนกระทั่งทุกวันนี้ ที่ต้องหันหน้าไปมักกะฮ์เมื่อทำละหมาด การปฏิบัติเช่นนี้ ถือเป็นสัญลักษณ์ตรงข้าม ระหว่างมุสลิมและยิว

10 ปีถัดมา ศาสดาของชาวมุสลิม และ สาวกร่วมกันต่อสู้และพิชิต หมู่บ้านต่างๆ ทั่วมะดีนะฮ์ได้ ในปี ค.ศ. 630 นบีมุฮัมหมัดรวบรวมคนได้ราว 10,000 คน และได้เดินทางกลับ ไปนครมักกะฮ์ โดยได้ชำระล้างความเชื่อ ในผีสางเทวดาและเทพให้แก่ผู้คนได้อีกนับร้อย ๆ และสถาปนาศาสนา ที่เชื่อในพระเจ้าองค์เดียวนี้ขึ้น จากนั้นจึงสามารถรวบรวม ชนเผ่าอาหรับต่างๆ ให้แน่นแฟ้นขึ้น ก่อนที่กลุ่มชนอาหรับ นี้จะพิชิตจักรวรรดิไบแซนไทน์ และเปอร์เชียร์ได้ในเวลาต่อมา

นบีมุฮัมหมัดเสียชีวิตในปี ค.ศ. 632 ในปีค.ศ. 636 ชาวมุสลิมก็ยึดนครเยรูซาเลมได้ พวกเขาเก็บซากปรักหักพัง จากสถานศักด์สิทธิ์ ในเมือง ที่ถูกทำลายมาสร้างมัสยิด และโดมออฟเดอะร็อคขึ้น ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสถาน ที่ที่นบีมุฮัมหมัดเดินทาง ไปสู่ชั้นฟ้าพร้อมกับ บูร็อก (สัตว์มีลักษณะพิเศษ ซึ่งคนบางกลุ่มตีความว่าเป็นม้ามีปีก) โดมออฟเดอะร็อก ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับมัสยิด อัลอักซอเป็นสถานศักดิ์สิทธิ์ ลำดับที่สามของมุสลิม รองจากมัสยิดอัลฮะรอม ในนครมักกะฮ์ สถานที่เกิด ของศาสดา ซึ่งสำคัญสูงสุด ตามด้วยมัสยิดนะบะวีย์ ที่ใกล้เคียงมีหลุมฝังศพ ของนบีมุฮัมหมัด ในเมืองมะดีนะฮ์

 

ความเชื่อและหลักปฏิบัติ

ศาสนาอิสลามนี้ สืบทอดคำสอนมาจากสาสนายูดาห์ และ ศาสนาคริสต์ จึงมีหลักความเชื่อพื้นฐาน คล้ายๆกับศาสนาคริสต์ ส่วนหลักปฏิบัตินั้น จะเคร่งครัดกว่า เช่นจะประชุมสวดมนต์ใหญ่ทุกวันศุกร์ ,ไม่ดื่มสุรา, ไม่กินเนื้อสุกร, ชายจะต้องขริบ ปลายหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ เป็นต้น.

      ส่วนหลักปฏิบัติโดยทั่วไปมีอยู่ ๕ ประการคือ

๑. ประกาศปฏิญาณตนว่ามีศศรัทธาเชื่อมั่นในพระอัลเลาะห์และพระสาสดามะหะมัด

๒. การสวดมนต์ หรือละหมาด ซึ่งจะต้องทำวันละ หรือ 5 ครั้ง

๓. การบริจาคทาน เพื่อสังคมสงเคราะห์

๔. การถือศีลอดเป็นเวลา 1 เดือนในรอบ 1 ปี คือจะอดอาหารและน้ำตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงตกดิน

๕. การทำพิธีฮัจญ์ คือการไปแสวงบุญที่นครเมกกะ เพื่อจุมพิตศิลาดำที่ถือว่าศักดิ์สิทธิ์

สนับสนุนโดย ufabet777

สรุปหลักคำสอน

ชาวมุสลิมจะมีความเชื่อ ๖ ประการ อันได้แก่

๑. ศรัทธาในพระอัลเลาะห์องค์เดียว

๒. ศรัทธาในพระมะหะมัดและศาสดาองค์ก่อนๆ

๓. ศรัทธาในคัมภีร์กุรุอาน

๔. เชื่อมั่นว่ามีเทพนำคำสอนจากพระเจ้ามาสู่นบีมะหะมัด

๕. เชื่อมั่นในวันพระเจ้าพิพากษาโลก หรือวันสิ้นโลก(เหมือนศาสนาคริสต์)

๖. เชื่อมั่นว่าสภาวะของโลกและชีวิต เป็นไปตามเจตจำนงค์ของพระอัลเลาะห์

กลับสู่หน้าหลัก http://islamiccalendar2019.com

Leave a Comment

Your email address will not be published.

You may like