Uncategorized

อิสลามศึกษา

single image

อิสลามศึกษา

อิสลามศึกษา  (อังกฤษ: Islamic studies) เป็นสาขาวิชาหนึ่งในศาสนศึกษา ทำการศึกษาประวัติศาสตร์ แนวคิด และแนวปฏิบัติ ของศาสนาอิสลามและชาวมุสลิม ตามบริบทของสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองที่แตกต่างกัน ในปัจจุบัน มีการเปิดสอนทั้งในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและมอุดศึกษา

ปัญหาวิกฤติของสังคมไทย ในยุคกระแสโลกาภิวัตน์คือ ปัญหาคุณธรรม จริยธรรม ที่มีการพูดถึงกันมากมาย บ่อยครั้งที่เราได้พบเห็นข้อมูลข่าวสาร หรือ พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของบุคคล ผ่านสื่อมวลชน ไม่ว่าจะเป็นการพูดจาเสียดสีด่าทอด้วยคำหยาบคาย  การสาดโคลนใส่กัน การเสียบบัตรแทนกันของนักการเมืองไทย ในรัฐสภาคลิปฉาวของนักเรียนวัยรุ่นที่ออกมาแพร่หลายในเครือข่ายสังคมทางอินเทอร์เน็ต หรือแม้แต่ล่าสุดที่เป็นข่าวอยู่ในกระแสคือ “โกหกสีขาว” หรือ “White Lie”ของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั่นเอง

ปัจจุบันมีหลายกลุ่ม คนได้เรียกร้องให้มีการนำ ‘วิชาศีลธรรม” กลับเข้ามาบรรจุไว้ในหลักสูตรการศึกษาของชาติ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักสูตรระดับขั้นพื้นฐาน ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาซึ่งระดับประถมศึกษา เป็นช่วงวัยที่จำเป็นต้องปูพื้นฐานที่ดีให้กับผู้เรียน  อีกทั้งเป็นช่วงวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ ในระดับมัธยมศึกษา

ศีลธรรมเป็นชื่อวิชาหนึ่ง ในโรงเรียนที่กำหนดให้นักเรียนทุกคน ต้องเรียนมาตั้งแต่สมัยโบราณเรียกว่า ‘วิชาศีลธรรม” แต่ปัจจุบันเรียกว่า ‘วิชาพระพุทธศาสนา” แต่กรณีที่นักเรียนนับถือศาสนาอิสลามก็จะได้เรียน ‘วิชาอิสลามศึกษา” ซึ่งศาสนานับว่าเป็นวิชาที่สำคัญและมีความจำเป็น ต่อการดำเนินชีวิตเป็นอันมาก  เป็นความจำเป็นชนิดที่ไม่อาจมองข้ามได้เลยทีเดียว

ศาสนาถือเป็นกฎเกณฑ์ เบื้องต้นของการอยู่ร่วมกันในสังคม  เป็นหลักประกันสังคม ที่สำคัญแห่งความสุข เพราะสังคมจะเกิดความสงบน่าอยู่  หากเพื่อนร่วมสังคม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ร่วมกัน เช่น ไว้วางใจกันได้เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน ไม่เบียดเบียน ไม่ทะเลาะ ไม่กดขี่ข่มเหง ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้จากการ ที่สมาชิกของสังคมยึดมั่นอยู่ในหลักธรรมคำสอนของศาสนา

อิสลามศึกษาได้เข้ามาในโรงเรียนเกือบ 40 ปีมาแล้ว ในช่วงแรกจัดสอน เฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีนักเรียนนับถือศาสนาอิสลามร้อยละ 50 ขึ้นไป  แต่ปัจจุบันมีการเปิดกว้าง โดยได้บรรจุอยู่ในหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 จึงถือเป็นหน้าที่ ของสถานศึกษาทั่วประเทศต้องจัดการเรียนการสอน อิสลามศึกษาให้กับผู้เรียนที่นับถือศาสนาอิสลาม

การจัดการเรียนการสอนอิสลามศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางฯ  มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียน ให้มีความรู้ ความเข้าใจ มีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยม ที่พึงประสงค์  เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัย และปฏิบัติตนตามหลักธรรมศาสนา ที่ตนนับถือ โดยกำหนดให้เรียน 80 ชั่วโมงต่อปี หรือ 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์  โดยจัดเป็นรายวิชาพื้นฐาน 40 ชั่วโมง และรายวิชาเพิ่มเติมตามความพร้อมและจุดเน้นอีก 40 ชั่วโมงต่อปี

ผู้เรียนที่เรียนวิชาอิสลามศึกษา ในโรงเรียน ต้องมีสมรรถนะสำคัญเพิ่มเติม จากผู้เรียนคนอื่น ๆ คือ มีความสามารถในการอ่านอัล-กุรฺอาน เนื่องจากอัล-กุรฺอานเป็นธรรมนูญ แห่งการดำเนินชีวิตมีความจำ เป็นต่อมุสลิมทุกคนที่จะต้องเรียนรู้ เพื่อนำไปปฏิบัติและยัง ต้องมีคุณลักษณะ อันพึงประสงค์เพิ่มเติม คือ รักการอ่านอัล-กุรฺอาน รักการละหมาด รักความสะอาด มีมารยาทแบบอิสลาม  และมีความรับผิดชอบ

หลายท่านคงเกิดความสงสัยว่า สถานศึกษาจะจัดสอนอิสลามศึกษาได้อย่างไร ในเมื่อโรงเรียนไม่มีครูที่มีคุณสมบัติพร้อมที่จะสอนวิชาเฉพาะที่มีความละเอียดอ่อนอย่างมาก  ซึ่งในส่วนของผู้สอนนั้น ไม่ว่าจะเป็นสถานศึกษาในสังกัดสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร หรือสังกัดเทศบาล ล้วนเปิดโอกาสให้สถานศึกษาที่เปิดสอนได้เลือกสรรผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญ ด้านศาสนาซึ่งเป็นบุคคลภายนอกมาสอนที่เรียกว่า ‘วิทยากรอิสลามศึกษา” โดยมีการจัดสรรงบประมาณค่าตอบแทน ให้เป็นรายชั่วโมง

ในส่วนของ สพฐ. นั้น ได้กำหนด คุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นวิทยากร อิสลามศึกษา คือ มีวุฒิปริญญาตรีทางศาสนาอิสลามที่หน่วยงานของรัฐรับรอง หรือวุฒิปริญญาตรีสาขาอื่น แต่มีวุฒิทางศาสนาอิสลาม ไม่ต่ำกว่าระดับอิสลามศึกษาตอนปลาย หรือ ษานะจากวียะฮฺ  ปัจจุบันจ่ายค่าตอบแทนให้ชั่วโมงละ 200 บาท แต่ละคนสอนได้ไม่เกิน 16 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งสามารถสอนในโรงเรียนเดียวหรือสอนหลายแห่งก็ได้

นอกจากการจัดการเรียน การสอนอิสลามศึกษา 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ตามหลักสูตรแกนกลางฯ แล้ว  ปัจจุบันยังมีการจัดการเรียนการสอนวิชาสามัญควบคู่ศาสนาอิสลามหรือที่เรียกว่า “หลักสูตรอิสลามศึกษาแบบเข้ม” ซึ่งเป็นการจัดการศึกษาตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องการให้สถานศึกษาสามารถจัดการศึกษาให้สอดคล้อง กับความต้องการและอัตลักษณ์ของชุมชน

หลักสูตรอิสลามศึกษาแบบเข้มกำหนดให้เรียน 8-10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์แต่ผู้เรียนต้อง เพิ่มเวลาเรียนเพียงวันละ 1 ชั่วโมงเท่านั้น  เนื่องจากมีการบูรณาการ โครงสร้างเวลาเรียนกับหลักสูตรแกนกลางฯ และเมื่อผู้เรียนจบหลักสูตรจะได้รับวุฒิการศึกษาทั้งด้านสามัญและศาสนา ขณะนี้มีโรงเรียนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ นราธิวาส ปัตตานี  ยะลา สงขลา เขต 3 และสตูล เข้าร่วมโครงการ 350 แห่ง

หลักสูตรอิสลามศึกษาแบบเข้ม นับเป็นหลักสูตรที่สนองตอบความต้องการที่แท้จริง  และคิดว่าในอนาคตการจัดการศึกษาในลักษณะเช่นนี้ จะต้องขยายผลออกไปยังพื้นที่อื่น ๆ ด้วย เนื่องจากเป็นการจัดการศึกษาที่ผู้ปกครอง เกิดความพึงพอใจและเป็นที่ยอมรับของชุมชนท้องถิ่นเป็นอย่างมาก

รูปแบบการจัดการเรียนการสอนอิสลามศึกษา ที่กล่าวมาน่าจะเป็น “โมเดล” ในการจัดการศึกษาเพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่สังคมไทยต้องการให้เกิดขึ้นกับเด็กและซึ่งเยาวชนไทย  ก่อนที่สังคมไทยจะเกิดวิกฤติทางคุณธรรมจริยธรรมยิ่งไปกว่าที่เป็นอยู่อย่างเช่นทุกวันนี้ 

อ่านบทความต่อที่นี่ อิสลามในประเทศไทย

Leave a Comment

Your email address will not be published.

You may like