Uncategorized

อิสลาม บริจาคร่างกายได้ไหม

single image

อิสลาม บริจาคร่างกายได้ไหม

อิสลาม บริจาคร่างกายได้ไหม – ด้วยความเจริญก้าวหน้า ทางด้านวิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยีทางการแพทย์ ปัจจุบันมนุษย์สามารถที่จะโยกย้าย อวัยวะของคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งได้ ด้วยเหตุนี้จึงมีคนคิด บริจาคอวัยวะของตนเอง ให้คนอื่นและนับวันการบริจาคอวัยวะ ได้กลายเป็นที่ปฏิบัติกันแพร่หลายไปแล้ว เพราะถือว่าการทำเช่นนี้ เป็นกุศลทานที่ทำให้ ผู้บริจาคได้รับผลบุญสูงส่ง  แม้เรื่องนี้จะเป็นไปได้ ในทางเทคนิคทางการแพทย์ แต่หลายคนก็อดสงสัย มิได้ว่าเรื่องนี้สามารถทำได้ หรือไม่ในมุมมองทางด้านศาสนา ซึ่งเป็นมิติทางด้าน จิตวิญญาณ ? ทั้งนี้ เพราะตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมา มนุษย์จะปฏิบัติต่อศพ ของผู้ตายอย่างให้เกียรติ เหมือนกับร่างของศพนั้นยังมีชีวิต การหั่นหรือการตัดศพ ออกเป็นชิ้นๆ ถือเป็นความเลวทราม และความป่าเถื่อนที่ศาสนาประณามอย่างรุนแรง โดยเฉพาะศาสนาที่ถือว่าร่างกาย และวิญญาณของมนุษย์ เป็นกรรมสิทธิ์ของพระเจ้า ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้จึงอยู่ที่ว่า การหั่น หรือการตัดอวัยวะ ส่วนหนึ่งส่วนใดของศพ ออกมาถือเป็นการทำลายศพหรือไม่? นี่คือคำถามแรกที่จะต้องได้รับคำตอบเสียก่อน

 

การทำลายศพคืออะไร? 

คำจำกัดความของคำว่า ? การทำลายศพ ?  ก็คือ ? การเอาอวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใด ออกไปจากศพด้วยเจตนา ที่จะทำให้ศพนั้นมีสภาพน่ารังเกียจ ฟันหรือสับ หัวเราะเยาะและ / หรือล่วงละเมิดสิ่งที่ไม่อาจล่วงละเมิด ได้ของศพ? ท่านนบีมุฮัมมัด ได้กล่าวว่า ?การหักกระดูก ของผู้ตายก็เหมือนกับการหักกระดูก ของคนผู้นั้นเมื่อยังมีชีวิต ? อีกตอนหนึ่งท่านกล่าวว่า ? การทำร้ายผู้ศรัทธาที่เสียชีวิตก็เหมือนกับ การทำร้ายคนที่ยังมีชีวิต? 

ดังนั้น จึงเป็นที่ยอมรับกันว่าศพ เป็นสิ่งที่ไม่อาจล่วงละเมิด ได้เช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิต และไม่อนุญาต ให้สร้างความเสียหายให้แก่ศพ หรือทำให้ศพ อุจาดไม่ว่า การกระทำนั้นจะเกี่ยวข้องกับศพ ทั้งร่างหรือเพียงส่วนหนึ่งส่วนใด ของศพก็ตาม 

 

กฎการบริจาคอวัยวะในอิสลาม

นักนิติศาสตร์ และ นักวิชาการอิสลาม ในยุคก่อนมีความเห็นว่า ศพจะต้องไม่ถูกแยกออก เป็นชิ้นส่วน สับ ทำลาย หรือเผา ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ก็ตาม ถึงแม้ว่าผู้ตาย จะร้องขอหรืออนุญาต ให้ทำเช่นนั้นโดยเจตนา ของผู้ตายเองก็ตาม เพราะไม่มีใครมีสิทธิ์เหนือร่างกายมนุษย์ นอกไปจากผู้ทรงสร้างมันขึ้นมา (นั่นคือพระเจ้า) และสิทธิ์นั้นไม่อาจ ถูกยกเลิกหรือฝ่าฝืนได้ ด้วยเหตุนี้นักวิชาการจึงถือว่าศพ มิใช่ทรัพย์สินที่จะเป็นมรดก ตกทอดหรือรวมไว้ในพินัยกรรมได้ และไม่มีใคร สามารถอ้างสิทธิ ในศพหรือตั้งมูลค่าของศพได้  กฎดังกล่าวข้างต้นมีขึ้นในสมัย ที่แนวความคิดเรื่องการเปลี่ยน ถ่ายอวัยวะยังไม่ได้เป็นทางเลือก ในการรักษา แต่เมื่อมีความเป็นไปได้ ในการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ และผลดีต่อชีวิต เรื่องนี้จึงได้ถูกหยิบยก ขึ้นมาตีความกันใหม่ และเมื่อได้มีการพิจารณากันแล้ว นักวิชาการร่วมสมัย ส่วนใหญ่ก็สนับสนุนให้มีการบริจาคศพ ทั้งหมด หรืออวัยวะ ให้แก่วิทยาลัยแพทย์ หรือบุคคลได้ การบริจาคนี้ถือเป็นที่ได้รับการยกย่องอย่างสูง ทั้งทางด้านจริยธรรมและทางด้านสังคมและได้มีการ

สรุปว่ามันมิได้ ขัดกับเป้าหมายของกฎหมาย อิสลาม หรือกฎหมายทั่วไปที่มีเจตนา จะรักษาชีวิตหรือขัดกับระบบ ศีลธรรมแต่ประการใด ดังนั้น บุคคลที่มีความสามารถ ตามกฎหมายจึงย่อมมี สิทธิ์อย่างเต็มที่ในการบริจาค อวัยวะร่างกายของตนในขณะที่ยังมีชีวิตหรือ หลังจากที่ตัวเองตายไปแล้วได้ สภาวะความเป็นผู้ใหญ่คือเงื่อนไขแรก สำหรับความรับผิดชอบในการ กระทำและการตัดสินใจ ดังนั้น ผู้บรรลุถึงวัยผู้ใหญ่จึงอาจทำพินัยกรรม อนุญาตให้นำ อวัยวะจากศพของเขาไป เปลี่ยนให้แก่อีกคนหนึ่ง หรือเพื่อวัตถุประสงค์ ทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์ได้ สำหรับกรณีบุคคลไร้ความสามารถ ทางด้านสติปัญญานั้น ผู้ปกครองตามกฎหมาย จะต้องอนุญาตในการนำอวัยวะ ออกไปจากร่างกายของศพผู้ตาย ที่เขาดูแล อีกเงื่อนไขหนึ่งที่จะต้องปฏิบัติ ให้ครบถ้วนสำหรับการรับบริจาคอวัยวะของศพก็คือ การแสดงเจตจำนงเป็นลายลักษณ์อักษรของผู้บริจาคที่ยืนยันว่าตัวเองบริจาค ด้วยความเต็มใจโดยไม่มีการบังคับ ถ้าหากพินัยกรรมทำไปโดยการเข้าใจผิด การหลอกลวงหรือไม่จริงใจ พินัยกรรมดังกล่าวก็ไม่มีผล นักนิติศาสตร์อิสลามได้เพิ่มเติมด้วยว่า แม้คนไข้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการเปลี่ยนอวัยวะ แต่ถ้าผู้ตายไม่ได้ให้คำยินยอมไว้  การโยกย้ายอวัยวะของผู้ตายก็ไม่อาจทำได้

ขณะนี้เป็นที่ปฏิบัติกันโดยทั่วไปแล้วว่า ผู้บริจาคอวัยวะของตนเองด้วยความเต็มใจจะมีบัตรใบหนึ่งที่ระบุว่า อวัยวะชิ้นใดที่ตัวเองเต็มใจบริจาคให้ หลังจากตายไปแล้ว การมีบัตรเช่นนี้สามารถทำให้การโยกย้ายอวัยวะสามารถทำได้อย่างรวดเร็วหลังจากที่ผู้บริจาคเสียชีวิตลง ยิ่งไปกว่านั้นถ้าผู้ตายระบุไว้เป็นลายลักษณ์อักษรว่าเขาไม่อนุญาตให้มีการนำเอาอวัยวะของเขาออกไปจากร่างกายของเขา  การตัดอวัยวะออกไปจากศพของเขาก็เป็นที่ต้องห้ามโดยสิ้นเชิง 

อย่างไรก็ตาม ถ้าบุคคลใดต้องการที่จะเปลี่ยนใจในตอนใกล้ตายโดยไม่มีการบังคับหรือการกดดัน ก็เป็นที่อนุมัติให้ทำได้โดยมีเงื่อนไขว่า จะต้องมีการแสดงเจตจำนงเป็นลายลักษณ์อักษรและจะต้องมีพยานยืนยันด้วยโดยเฉพาะถ้าหากมีความต้องการจะบริจาค  เชค ยูซุฟ ก็อรฺฎอวี ผู้พิพากษาสูงสุดของกาตาร์ ได้ถูกถามเกี่ยวกับทรรศนะของอิสลามต่อการบริจาคอวัยวะ ท่านได้ตอบว่าไม่มีเหตุผลใดๆทางศาสนาที่จะมาห้ามการบริจาคอวัยวะของผู้ตายเพื่อเปลี่ยนถ่ายให้แก่คนที่ได้ถูกระบุไว้เมื่อใดก็ตามที่เป็นไปได้ ทั้งนี้ เนื่องมาจากความจริงที่ว่าการกระทำดังกล่าว ไม่ได้ทำร้ายผู้ใด แต่ในทางตรงข้าม มันกลับเป็นการรักษาชีวิตของผู้ได้รับการบริจาคหรืออย่างน้อยที่สุดก็ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ได้รับดีขึ้น และทำให้ผู้บริจาค ได้รับผลบุญตอบแทนอย่างต่อเนื่องถึงแม้ว่าเขาจะตายไปแล้วก็ตาม

สรุปแล้ว เงื่อนไขจำเป็นที่ทำให้การบริจาคอวัยวะมีผลก็คือ คำสั่งที่เป็นลายลักษณ์อักษรเช่นเดียวกับเงื่อนไขของกฎทางการแพทย์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน การสั่งเสียด้วยวาจาให้บริจาคอวัยวะนั้นไม่เป็นที่ยอมรับ

สำหรับคนที่สนใจเรื่องการบริจาคอวัยวะและการบริจาคร่างกายมาโดยตลอดคงมีความคิดในหัวว่า เมื่อร่างกายของเราใช้การไม่ได้แล้ว หากมันยังมีประโยชน์ต่อบุคคลอื่นได้ก็น่าจะดีกว่า แต่ก็มีอีกหลายคน โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ที่มักจะออกตัวห้ามอยู่เสมอๆ ด้วยความคิดที่ว่า ชาติหน้าจะมีอวัยวะไม่ครบ 32 เช่นเดียวกับวิดีโอ พินัยกรรมอวัยวะ จากโครงการ Let Them See Love 2016 ด้านบน ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วการทำดีก็ควรจะเป็นบุญต่อเราด้วยสิ อย่างไรก็ตาม ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่เคยสนใจการบริจาคอวัยวะและการบริจาคร่างกายจริงๆ คิดว่าขั้นตอนยุ่งยากและเป็นเรื่องไกลตัว หรือแม้กระทั่งคนที่สนใจ คิดเอาไว้ว่าจะบริจาคแต่ก็ยังไม่เคยลงชื่อแสดงความจำนงสักทีก็มี

วันนี้ผู้เขียนจึงตัดสินใจไปทดลองขั้นตอนการบริจาคอวัยวะด้วยตัวเอง ให้รู้ไปเลยว่ามันง่ายจริงๆ รวมทั้งสรุปคำตอบให้ว่า บริจาคอวัยวะ-บริจาคร่างกาย คืออะไรกันแน่

 

สิ่งที่ต้องรู้แบบอ่านรวดเดียวจบ

  1. บริจาค อวัยวะกับบริจาคร่างกาย ไม่เหมือนกัน
  2. บริจาคอวัยวะ คือ บริจาคอวัยวะเพื่อนำไปปลูกถ่ายให้กับผู้ป่วยที่ต้องการอวัยวะนั้นๆ ส่วนบริจาคร่างกาย คือ ไปเป็นอาจารย์ใหญ่ (สำหรับการเรียนของนักศึกษาแพทย์)
  3. วิธีการง่ายทั้งคู่ เพราะการตรวจร่างกายต้องรอหลังเสียชีวิต เราทำหน้าที่แค่กรอกเอกสารเท่านั้น
  4. การบริจาคในขั้นตอนสุดท้ายต้องได้รับการยินยอมจากญาติ หรือหากเปลี่ยนใจไม่อยากบริจาคก็สามารถยกเลิกเมื่อไรก็ได้
  5. อยู่บ้านก็ทำได้ เพราะเราเพียงแสดงความจำนงส่งไปรษณีย์ บอกข้อมูลครั้งเดียวจบ แค่รอบัตรแข็งส่งกลับมาที่บ้าน

สนับสนุนโดย ufabet111

ลงพื้นที่

หลังจากที่ศึกษาข้อมูล ในการบริจาครูปแบบต่างๆ ผู้เขียนสนใจ ที่บริจาคอวัยวะ (ที่ไม่ใช่ดวงตา) ซึ่งสามารถเลือกได้อีกว่าจะบริจาคอวัยวะ ทั้งหมดที่ใช้งานได้ หรือเลือกแยกอวัยวะ หัวใจ ตับ ไต และปอด โดยมีวิธีให้เลือก 2 อย่างคือ จะพิมพ์ เอกสารมากรอกเองแล้วส่ง ไปรษณีย์ หรือจะเดินทางไป ที่สภากาชาดไทย ซึ่งไม่ไกล จากบีทีเอสสยาม ผู้เขียนจึง เลือกอย่างที่ 2

การเดินทางสามารถเสิร์ช ‘ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย’ ใน Google Map ได้เลย จากเส้นถนนอังรีดูนังต์ ศูนย์รับบริจาคฯ จะอยู่ฝั่งเดียวกับ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ถ้ามาจากทางสยามสแควร์ก็จะอยู่ฝั่งขวามือ กลับรถ แล้วเลี้ยวเข้าไปถาม รปภ. ในพื้นที่ได้

กว่าจะหาตึกรับบริจาคเจอก็สับสน นิดหน่อย แต่มีเจ้าหน้าที่เดินอยู่ในพื้นที่ รอบๆ ตลอดเวลา และพร้อมให้ความช่วยเหลือ บริเวณรอบตึกรับบริจาคมีที่จอดไม่มากนัก ถ้าขับรถยนต์ส่วนตัว ไปแนะนำว่าให้แจ้ง รปภ. เพื่อช่วยหาที่จอดรถให้ได้

การแต่งกาย ไปบริจาคก็อาจจะต้องแต่งตัว เรียบร้อยหน่อย ควรสวมเสื้อมีแขน (ผู้เขียนใส่กางเกงขายาว แต่เสื้อแขนกุด ก็ต้องใส่เสื้อคลุมทับอีกที) เข้าไปก็ทำการแลกบัตร เหมือนสำนักงานปกติ บอกความประสงค์ ว่าจะมาบริจาคอวัยวะ โดยเจ้าหน้าที่จะแจ้งว่ามีทั้งการบริจาค อวัยวะที่ชั้น 5 และบริจาคดวงตาที่ชั้น 7 ซึ่งอยู่ในตึกเดียวกัน และสามารถ ทำเรื่องบริจาคได้ทั้งคู่

 

กลับสู่หน้าหลัก http://islamiccalendar2019.com

Leave a Comment

Your email address will not be published.

You may like