Uncategorized

ประวัติของศาสนาอิสลาม

single image

อิสลาม ประวัติ

อิสลาม ประวัติ – อิสลาม เป็นคำภาษาอาหรับ แปลว่า การสวามิภักดิ์ ซึ่งหมายถึงการสวามิภักดิ์ อย่าง บริบูรณ์แด่อัลลอฮฺ พระผู้เป็นเจ้า ด้วยการอิสลาม ประวัติปฏิบัติตามคำ บัญชาของพระองค์ ศาสนา อิสลาม เป็นศาสนามนุษยชาติ ตลอดกาล ตั้งแต่แรกเริ่มของการกำเนิด ของมนุษย์จนถึง ปัจจุบันและอนาคต

บรรดาศาสนทูตในอดีตล้วนแต่ได้รับมอบหมาย ให้สอนศาสนาอิสลาม แก่มนุษย ชาติ ศาสนทูตท่านสุดท้าย คือมุฮัมมัด บุตรของอับดุลลอหฺ แห่งอารเบีย ได้รับ มอบหมาย ให้เผยแผ่ สาร์นของอัลลอหฺในช่วงปี ค.ศ. 610 – 632 เฉกเช่นบรรพ ศาสดาในอดีต โดยมี มะลักญิบรีล เป็นสื่อระหว่าง อัลลอหฺพระผู้เป็นเจ้าและมุฮัมมัด พระโองการแห่งพระ ผู้เป็นเจ้าที่ทะยอยลงมา ในเวลา 23 ปีจันทรคติ ได้รับการรวบรวม ขึ้นเป็นเล่มมีชื่อว่า อัลกุรอาน ซึ่งเป็นธรรมนูญแห่งชีวิต มนุษย์ เพื่อที่จะได้ครองตน บนโลกนี้อย่างถูกต้องก่อนกลับคืนสู่ พระผู้เป็นเจ้า

สาร์นแห่งอิสลามที่ถูกส่งมาให้แก่มนุษย์ทั้งมวลมีจุดประสงค์หลัก 3 ประการคือ:

1.เป็นอุดมการณ์ ที่สอนมนุษย์ให้ศรัทธา ในอัลลอหฺ พระผู้เป็นเจ้าเพียงพระองค์เดียว ที่สมควรแก่การ เคารพบูชาและภักดี ศรัทธาในความยุติธรรม ของพระองค์ ศรัทธาในพระโองการ แห่งพระองค์ ศรัทธาในวันปรโลก วันซึ่งมนุษย์ ฟื้นคืนชีพอีกครั้งเพื่อรับการพิพากษา และรับผลตอบแทน ของความดีความชั่วที่ตนได้ปฏิบัติ ไปในโลกนี้ มั่นใจและไว้วางใจ ต่อพระองค์ เพราะพระองค์คือ ที่พึ่งพาของทุกสรรพสิ่ง มนุษย์จะต้องไม่สิ้นหวังในความเมตตา ของพระองค์ และพระองค์คือ ปฐมเหตุแห่งคุณงามความดีทั้งปวง

2.เป็นธรรมนูญ สำหรับมนุษย์ เพื่อให้เกิดความสงบสุข ในชีวิตส่วนตัว และสังคม เป็นธรรมนูญ ที่ครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าในด้านการปกครอง เศรษฐกิจ หรือนิติศาสตร์ อิสลามสั่งสอน ให้มนุษย์อยู่กันด้วยความ เป็นมิตร ละเว้นการรบราฆ่าฟัน การทะเลาะเบาะแว้ง การละเมิดและ รุกรานสิทธิของผู้อื่น ไม่ลักขโมย ฉ้อฉล หลอกลวง ไม่ผิดประเวณี หรือทำอนาจาร ไม่ดื่มของ มึนเมาหรือรับประทานสิ่งที่เป็นโทษ ต่อร่างกายและจิตใจ ไม่บ่อนทำลายสังคม แม้ว่าในรูปแบบใดก็ตาม

3.เป็นจริยธรรม อันสูงส่งเพื่อการครองตนอย่างมีเกียรติ เน้นความอดกลั้น ความซื่อสัตย์ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความเมตตากรุณา ความกตัญญูกตเวที ความสะอาดของกายและใจ ความกล้าหาญ การให้อภัย ความเท่าเทียมและความเสมอภาคระหว่างมนุษย์ การเคารพสิทธิของผู้อื่น สั่งสอนให้ละเว้นความตระหนี่ถี่เหนียว ความอิจฉาริษยา การติฉินนินทา ความเขลาและความขลาดกลัว การทรยศและอกตัญญู การล่วงละเมิดสิทธิของผู้อื่น

สนันสนุนโดย ufabet1668

ประวัติศาสดาของศาสนาอิสลาม 

ศาสนาอิสลามไม่ใช่ศาสดาที่วิวัฒนาการมาจากศาสนาอื่น หรือศาสนาที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นอย่างเช่นศาสนาอื่นๆที่มีอยู่ใน โลก อิสลามเป็นศาสนาของพระผู้เป็นเจ้าที่เป็นทางนำในการดำรงชีวิตทุกด้าน แก่มนุษย์ทุกคน ไม่ยกเว้น อายุ เพศ เผ่าพันธ์ หรือฐานันดร     

ศรัทธาในบรรดาศาสนทูต มุสลิมเชื่อว่าศรัทธา โลกมนุษย์ในแต่ละยุคที่ผ่านมานับจากยุคแรก คือ อาดัมนั้นต้องมีศาสดาหรือ ศาสนทูต เป็นผู้รับบทบัญญัติของพระเจ้ามาประกาศเพื่อเผยแผ่โองการของพระเจ้า ซึ่งศาสนทูตนั้นมีจำนวนมากมาย ลักษณะคำประกาศของแต่ละศาสดาย่อมผิดแปลกไปตามยุคสมัย แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกศาสดาประกาศออกมาเหมือนกัน คือ ความเชื่อในพระเจ้าองค์เดียวกันและห้ามกราบไหว้บูชาวัตถุโดยสิ้นเชิง บรรดาศาสดาที่รับโองการพระเจ้ามาเผยแผ่เท่าที่มีปรากฏในคัมภีร์อัลกุรอานมีทั้งสิ้น 25 ท่าน  คือ

   

นบีอาดัม      (อ.ล.)   14. นบีอีซา       (อ.ล.)

   

นบีอิบรอฮีม (อ.ล.) 15. นบีอินยาส  (อ.ล.)

   

นบีอิสฮากร  (อ.ล.) 16. นบีอิสมาอีล (อ.ล.)

   

นบียากูฟ      (อ.ล.) 17. นบีอัลย่าซะอ์  (อ.ล.)

   

นบีนัวฮ์        (อ.ล.) 18. นบียูนุส       (อ.ล.)

   

นบีดาลูด      (อ.ล.) 19. นบีลูด         (อ.ล.)

   

นบีสุไลมาน  (อ.ล.) 20. นบีอิดรีส     (อ.ล.)

   

นบีไอยูบ      (อ.ล.) 21. นบีฮูด         (อ.ล.)

   

นบียูซูบ        (อ.ล.) 22. นบีซู่ไอบ    (อ.ล.)

   

นบีมูซา      (อ.ล.) 23. นบีซอและซ์ (อ.ล.)

   

นบีฮารูน     (อ.ล.) 24. นบีซุลกิฟลี่  (อ.ล.)

   

นบีซาการีบา  (อ.ล.) 25. นบีมุฮัมมัด (ศ็อลฯ)   (อ.ล.)

   

นบียาหย่า  (อ.ล.)

        

คุณสมบัติของศาสนทูต1มี 4 ประการคือ

          1.ศิดกุน คือ วาจาสัตย์ ไม่พูดเท็จ

          2.อะมานะฮ์ คือ ไว้วางใจได้ ซื่อสัตย์สุจริต ไม่กระทำความชั่วฝ่าฝืนบทบัญญัติของอัลลอฮ์

          3.ตับลิค คือ นำศาสนามาเผยแผ่แก่มนุษย์โดยทั่วถึงไม่ปิดบังแม้แต่น้อย

          4.ฟะตอนะฮ์ คือ เฉลียวฉลาด

บรรดาศาสดาทุกท่าน เป็นมนุษย์ธรรมดานี่เอง จึงดำรงชีวิตแบบสามัญชนทั่วไป   มีการกินอยู่หลับนอน แต่งงานและประกอบอาชีพ

สาเหตุที่พระเจ้าเลือกคนธรรมดาขึ้นมาเป็นศาสดา ก็เพราะความเป็นศาสดา หมายถึง การเป็นตัวอย่างในการปฏิบัติตามคำสอนของตัวเองที่ได้รับมาจากพระเจ้า

หากศาสดาไม่ใช่คนสามัญชน ธรรมดาแบบเดียว กับประชาชนทั่วไป คำสอนก็จะขาดการนำ ไปปฏิบัติ ซึ่งในที่สุดคำสอนก็จะหมดความหมาย และแน่นอนก็จะ ไม่มีใครพร้อมที่จะนำ ไปประพฤติปฏิบัติในการดำเนินชีวิต อีกด้วย

ทุกสิ่งทุกอย่างที่ศาสดา สอนผู้อื่น ท่านก็ปฏิบัติเช่นนั้นด้วย คำสอนที่ท่านสอน ออกไปจึงเป็นกฎหมาย ที่ท่านต้องปฏิบัติตาม เพราะสิ่งที่ท่านสอนก็คือ บทบัญญัติที่พระเจ้า ทรงดำรัสผ่านมาทางท่านนั่นเอง  

ศาสนาอิสลามจำแนก พระศาสนทูตหรือผู้แทน ของพระอัลเลาะห์หรือผู้รับ โองการจากพระเจ้าให้นำบัญญัติ ของพระองค์มาสั่งสอน ชี้แนะแก่มวลมนุษย์ ด้วยกัน ในแต่ละยุคแต่ละสมัย ออกเป็น 2 ประเภท คือ

1.ผู้ได้รับมอบหมาย หน้าที่ให้ปฏิบัติตนเป็น แบบอย่างที่ดีตามบทบัญญัติ ของพระเจ้าเพียงอย่างเดียว เท่านั้น ศาสนทูตประเภทนี้เรียกว่า “นบี”

2.ผู้ได้รับมอบหมาย หน้าที่ให้ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ตามบทบัญญัติของพระเจ้า ทำการเผยแผ่บทบัญญัติ นั้นแก่มวลมนุษย์ชาติทั่วไป ด้วย ศาสนทูตประเภทนี้เรียกว่า “ซูล” หรือ “เราะซูล”

ส่วนองค์ พระมุฮัมมัด ชาวมุสลิมเชื่อกันว่า พระองค์เป็นทั้ง นบีและเราะซูล เพราะพระองค์เป็นแบบอย่าง ที่ดีตามบทบัญญัติของพระอัลเลาะห์และ ทรงเป็นผู้เผยแผ่บทบัญญัติ นั้นแก่มวลมนุษยชาติอีกด้วย

กลับสู่หน้าหลัก http://islamiccalendar2019.com

Leave a Comment

Your email address will not be published.

You may like