Lifestyle Politics Science Sport

อิสลาม สัญลักษณ์

single image

อิสลาม สัญลักษณ์

อิสลาม สัญลักษณ์ – ศาสนาอิสลาม : ดาวและจันทร์เสี้ยว ตามหลักการศาสนาอิสลาม ไม่ปรากฏสัญลักษณ์ ประจำศาสนา แต่ในโลกปัจจุบัน ความคุ้นเคยกับดาวและจันทร์เสี้ยว ทำให้ทุกคนเข้าใจว่าดาวและจันทร์เสี้ยว คือสัญลักษณ์ของอิสลาม ซึ่งความเป็นจริงที่มาของดาวและจันทร์เสี้ยว พอสรุปได้ดังนี้คือ

  1. ในยุครุ่งเรืองของอารยธรรมออโตมาน (ค.ศ. 15-19) ได้คิดค้นสัญลักษณ์ธง เพื่อยกธงบอกถึงชัยชนะการทำสงคราม โดยเขียนพยัญชนะอารบิกตัว “นูน” มีรูปโค้งคล้ายจันทร์เสี้ยว ซึ่งมีคำเต็มว่า “นัซรุน” หมายถึง ชัยชนะ
  2. ยุคถัดมา มีบางกลุ่มเข้าใจว่าอักษรตัวนูนนั้นคือ เครื่องหมายจันทร์เสี้ยว จึงมีผู้คนนิยมนำรูปจันทร์เสี้ยวมาใช้
  3. อดีตถึงปัจจุบันโลกตะวันออกกลาง ได้นำสัญลักษณ์จันทร์เสี้ยวแดงมาใช้เป็นเครื่องหมายแทนเครื่องหมายกาชาด
  4. ตามหลักการอิสลาม อิบาดะห์บางอย่างได้ถูกกำหนดด้วยการดูจันทร์เสี้ยวเป็นจุดเริ่มต้น เช่น การถือศีลอด และดวงจันทร์ยังเป็นตัวกำหนดวันเริ่มเดือนใหม่ของปฏิทินอิสลาม

ข้อสรุป

ในหลักการศาสนาอิสลาม ไม่มีสัญลักษณ์หรือเครื่องหมาย อนุญาตให้นำสัญลักษณ์ ดาวและจันทร์เสี้ยวมาเป็นสัญลักษณ์ได้ ห้ามเคารพสักการะสัญลักษณ์ดาวและจันทร์เสี้ยว

จุดเด่นของอิสลาม

อิสลาม สัญลักษณ์ – หนึ่งที่ไม่เหมือนกับศาสนาอื่นคือ ศาสนาอิสลามไม่มีเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ใดๆ ที่เป็นสิ่งแทนศาสนาอิสลามเลยนะครับ แต่ดูเหมือนว่าศาสนาอื่น จะมีสัญลักษณ์แทนศาสนากันทั้งนั้น อาทิเช่น ไม้กางเขนเป็นสัญลักษณ์ของศาสนาคริสต์ เป็นต้น ครั้งหนึ่งขณะที่มุสลิม ต้องทำสงครามกับศัตรูของอิสลาม ฝ่ายศัตรูเขาก็มีธงรบ และ มีสัญลักษณ์บนธงของพวกเขา เพื่อบรรดาทหาร จะได้รู้ว่านั่นเป็นกองทัพของตนเอง แต่ทว่าฝ่ายมุสลิมเมื่ออิสลามไม่มีสัญลักษณ์ แทนศาสนาอิสลามจึงไม่มีธงรบที่เป็นสัญลักษณ์เป็นของตนเอง 

ฉะนั้นบรรดาแม่ทัพ มุสลิมต่างสรรหาสัญลักษณ์ไว้บนธงรบเพื่อให้เกิดความแตกต่าง ระหว่าง รบพุ่งกับศัตรู, แม่ทัพมุสลิมบางคนก็ใช้ธงสีเขียวเป็นสัญลักษณ์บ้าง, บางคนก็ใช้สีสันต่างๆ กันออกไป แต่มีแม่ทัพอยู่คนหนึ่งใช้ตัวอักษรภาษาอฺรับว่า ” ن ” อักษรนูน ซึ่งหมายถึง รัศมี คำเต็มคือ ” نور ” อ่านว่า นูรฺ, หรือเป็นคำย่อของ ” نورالله ” อ่านว่า นูรุลลอฮฺ แปลว่า รัศมีของอัลลอฮฺ, ภายหลังที่ใช้ตัวอักษรอฺรับว่า ” ن ” จากนั้น มุสลิมหลายคนพากันพิจารณาคำว่า ” ن ” ซึ่งเส้นโค้งของตัวอักษร “นูน”คล้ายกับจันทร์เสี้ยว และจุดที่อยู่ตรงกลางคล้ายกับดวงดาว อีกทั้งการเข้าเดือนใหม่ของอิสลามนั้น ก็พิจารณาจากการเห็นจันทร์เสี้ยว 

มุสลิมในรุ่นหลังๆ ก็ออกแบบจากตัวอักษรนูน ให้กลายมาเป็นดวงดาวที่ถูกวางไว้ ช่วงส่วนโค้งของจันทร์เสี้ยวตราบจนปัจจุบันนี้ครับ, ข้างต้นเป็นตำนานหนึ่งที่กล่าวถึง ที่มาของสัญลักษณ์ดาวเดือน, แต่กระนั้นก็ตามยังมีตำนานอื่นๆ ที่กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวนะครับ แม้ว่าเรื่องเดือนกับดาวจะไม่ใช่เรื่องบทบัญญัติของศาสนา แต่ก็รู้ไว้ใช่ว่านะครับ อนึ่ง มุสลิมในยุคหลัง หรือในยุคปัจจุบันก็เลยนำดาวเดือนมาเป็นสัญลักษณ์ ติดอยู่บนโดมของมัสญิด หรือเป็นสัญลักษณ์ไว้ตามร้านค้ามุสลิม หรือเป็นสัญลักษณ์บนธงชาติของประเทศมุสลิม ฯลฯ แต่อย่างไรก็ตามหากสัญลักษณ์ดาวเดือนปรากฏ ณ ที่ใด เราเองก็สามารถบ่งชี้ได้ลำดับหนึ่ง ว่าสถานที่แห่งนั้นต้องมีมุสลิมอย่างแน่นอน

ความหมายของดาวเดือนจากข้อมูลอื่นฯ

 ดาว คือเครื่องหมายนำทาง บอกทิศเมื่อมนุษย์ต้องเดินทางกลางทะเล หรือทะเลทราย  ชาวอาหรับสมัยก่อนเดินทางตอนกลางคืนเพราะกลางวันอากาศกลางทะเลทรายจะร้อนมาก ดาวคือเครื่องหมายบอกทิศทางในการเดินทาง

เดือน คือเครื่องหมายของกาลเวลา เดือนส่งผลถึงระดับน้ำขึ้นลงที่แตกต่างกัน เดือนคือการกำหนดเวลาเริ่มต้นของเดือนใหม่และสิ้นสุดเดือนเก่า เดือนคือเวลาที่พ่านไปที่มนุษย์ต้องใคร่ครวญ ถึงการกระทำของตนเอง และเดือนที่สำคัญที่สุดที่เป็นศิริมงคลที่สุดของมุสลิมคือ เดือนรอมฎอน ที่ต้องอาศัยการดูดวงจันทร์เพื่อเข้าสู่เดือนแห่งการถือศีล-อด

เพราะทั้งสองสิ่งนี้เป็นสิ่งเตือนใจและเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตของมนุษย์ชาติโดยทั่วกัน มุสลิมจึงให้ความสำคัญและนำมาเป็นสัญลักษ์ของอิสลาม

ดาวมี 5 แฉกแทนหลักปฎิบัติทั้ง 5 ประการ เสี้ยวจันทร์แทนการยอมรับ  มักติดไว้เป็นสัญลักษณ์ที่มัญยิดเพื่อบอกว่า ณ สถานที่นี้มีเพื่อให้กระทำการทั้ง 5 ประการ  อย่างไรก็ดีเชื่อกันว่ามีการนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ครั้งแรกที่มัสญิดอัลหะรอม ปัจจุบันนิยมใช้เป็นสัญลักษณ์กันเกือบทั่วโลก

จันทร์เสี้ยวมีที่มาอย่างไร?

สัญลักษณ์จันทร์เสี้ยวกับดาว คู่กันนั้นน่าจะมีการใช้กันในยุคอาณาจักรอุษมานียะฮฺ (ออตโตมาน เติร์ก) ซึ่งเป็นรูปจันทร์เสี้ยวกับ ดาว 3 ดวง เป็นต้น มุสลิมในรุ่นต่อมาก็รับเอา รูปแบบดังกล่าวมาใช้อย่างแพร่หลาย ผู้ รู้บางท่านได้อธิบายเอาไว้ว่า การ ใช้สัญลักษณ์จันทร์เสี้ยวกับดาวคู่กันน่าจะมีที่มาจาก 2 นัยด้วยกัน คือ 

  1. เนื่องจากมุสลิมใช้ปฏิทินทาง จันทรคติเป็นหลักในการกำหนดวันเวลา เช่น การเข้าสู่ เดือนใหม่ก็อาศัยการดูจันทร์เสี้ยวซึ่งการใช้ปฏิทินทางจันทรคติ นี้มีความ เกี่ยวข้องกับการประกอบศาสนกิจที่สำคัญ ๆ เช่น การเข้าสู่เดือนใหม่ก็อาศัย การดูจันทร์เสี้ยว ซึ่งการใช้ ปฏิทินทางจันทรคตินี้มีความเกี่ยวข้องกับการประกอบศาสนกิจที่ สำคัญ ๆ เช่น การกำหนดเวลาสำหรับวันใน เดือนร่อมาฎอน, การประกอบพิธี ฮัจญ์, การนับอิดดะฮฺของสตรีที่ถูก หย่าหรือสามีตาย, การจ่ายซะกาต เป็นต้น
  2. จันทร์เสี้ยวมีรูปสัณฐาน คล้ายอักษรนูน (ن) ในภาษาอาหรับ ซึ่งเข้าใจว่าเป็นการนำเอา อักษรนูนจากถ้อยความในอัลกุรอานที่ว่า (نَصْرٌمِنَ اللهِ وَفَتْحٌ قَرِيْبٌ) อันหมายถึงชัย ชนะนั้นมาจากอัลลอฮฺ (ซ.บ.) และการพิชิตนั้นใกล้เข้ามา แล้ว ทั้งนี้มีการเขียนอักษรนูน ไว้ในผืนธง ต่อมาก็ตบแต่ง ให้มีรูปทรงเป็นจันทร์เสี้ยวคือตัวนูน และมีดาวคู่อยู่กับจันทร์เสี้ยวแทนจุดหรือเม็ดที่นูนนั่นเอง

ส่วนที่ ถามว่าอะไรคือ แก่นแท้ของศาสนา ตอบได้ว่าแก่น แท้ของศาสนาอิสลามคือ อี หม่าน (ศรัทธา) อิสลาม (การปฏิบัติ) และอิฮฺซาน (คุณธรรมอันสูงส่ง) ทั้ง 3 ประการนี้คือสิ่งที่ปรากฏ อยู่ในหะดีษของญิบรีล (อ.ล.) ที่มาตั้งปุจฉากับท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) แล้วท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ก็วิสัชนา ทั้ง 3 ประการรวมกันเป็นศาสนา เพราะท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) กล่าวในภายหลังเหตุการณ์นั้น ว่า “นั่นคือ ญิบรีล เขามายังพวกท่านโดยสอนศาสนา แก่พวกท่าน” ส่วนความสำคัญ ของศาสนาก็คือ ทางนำ (ฮิดายะฮฺ อัดดีน) หากไม่มีศาสนาแล้วมนุษย์ย่อม ตกอยู่ในความหลงผิดและความมืดมนเป็นแน่แท้

อ่านบทความต่อที่นี่ อิสลามศึกษา

Leave a Comment

Your email address will not be published.

You may like